จากรั้วราชนาวีสู่สนามไตรฯ

By Su

 

IMG_4439

“สิ่งที่ไตรกีฬากับการฝึกทหารมีให้ผมเหมือนกันก็คือการได้ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง ถึงแม้จะเหนื่อย แต่ถ้าไม่ท้อ เราก็ยังมีแรงไปต่อ จิตใจสำคัญมาก”

จากเด็กน้อยผู้รักกีฬาวัย 10 ขวบจากจังหวัดอำนาจเจริญ จ่าเอกอนันต์ ดวงโสภา เติบโตเป็นนักกีฬาวิ่ง และปั่นจักรยานผู้คว้าแชมป์หลายรายการในขณะเข้ารับราชการทหารในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และในวัย 34 ปี สองขาที่ยังสู้อย่างไม่หยุดยั้งก็ได้พาเขามายังสนามไตรกีฬาที่ซึ่ง จ่าเอกอนันต์ ได้ลิ้มลองความท้าทายครั้งใหม่เคียงบ่าเคียงใหล่ไปกับนักกีฬาระดับโลกจากหลายประเทศใน Thanyapura Pro Triathlon Team

IMG_4387

นักกีฬาแนวหน้าทัพเรือ

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เรียนชั้นประถม ตอนนั้นอายุประมาณ 10 ขวบ พอเข้ามัธยมปลาย อายุประมาณ 17-18 ก็เริ่มเล่นจริงจังและเคยได้เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันทีมประจำจังหวัด จุดเริ่มต้นทั้งหมดก็คือความรักในการเล่นกีฬาและชอบเอาชนะความท้าทาย ความฝันตอนนั้น ถ้าไม่ใช่นักฟุตบอลก็นักกีฬานี่แหละครับ”

หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม เขาสอบติดหน่วยฯนาวิกโยธินที่สัตหีบ จึงเข้าเรียนและรับราชการทหาร แต่ด้วยความรักในกีฬาและการแข่งขัน ไม่นานหลังจากเริ่มเรียนและฝึก เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นนักวิ่งตัวแทนของหน่วยนาวิกโยธิน

“สอบติดนาวิกโยธินตอนอายุ 20 ปี ช่วงที่เรียนอยู่ 2 ปีที่นั่นก็ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักวิ่ง เป็นตัวแทนแข่งขันทั้งกีฬาภายในและภายนอก รวมทั้งกีฬาสามเหล่าทัพซึ่งเป็นงานที่ใหญ่มากงานหนึ่งของกองทัพไทย”

“จนกระทั่งเรียนจบแล้ว ผมก็ยังเป็นนักวิ่งสังกัดของหน่วยฯอยู่และยังคงเดินหน้าแข่งตามสนามต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งผมเริ่มมีอาการเจ็บข้อเท้า อาจจะเพราะฝึกซ้อมมากเกินไปและซ้อมไม่เป็นระเบียบด้วย เลยผันตัวมาปั่นจักรยานแทน”

แต่แม้ว่าจะเปลี่ยนเส้นทางมาปั่นจักรยาน จ่าเอกอนันต์ก็ยังสามารถสร้างชื่อและได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของหน่วยฯเช่นเคย ทั้งยังสามารถกวาดรางวัลไปได้หลายรายการ

 

13101374_10205991896182122_1244109091_n13187742_10205991896022118_2039423982_n

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก้าวใหม่ที่ท้าทาย

แต่ด้วยนิสัยชอบสรรหาความท้าทายใหม่ๆ และรักในการแข่งขันเอาชนะ เขาพบว่าแค่วิ่งหรือปั่นจักรยานเริ่มจะไม่พอสำหรับเขาอีกต่อไป

“ตอนนั้นผมหายเจ็บข้อเท้าแล้ว แล้วก็เริ่มหันมาสนใจไตรกีฬา ผมรู้สึกว่าในเมื่อผมมีประสบการณ์ด้านการวิ่งและปั่นมาแล้ว ถ้าเอามาใช้ด้วยกันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านั้น เช่นการแข่งไตรกีฬา”

หนึ่งปีที่ผ่านมาของการแข่งไตรกีฬาอย่างจริงจัง เขากวาดรางวัลไป 4 รายการ โดยเข้าเป็นที่ 1 รายการ Tri League สองครั้ง ในรุ่นอายุเดียวกัน อันดับ 3 จากรุ่น Elite และเข้าเป็นที่ 4 รายการสามเหลี่ยมทองคำ รุ่น Over All

“มาปีนี้ผมได้รับคัดเลือกให้แข่งงานใหญ่อย่าง Pattaya Triathlon ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่เป็นนักกีฬามืออาชีพระดับโลก ก็ถือเป็นความภูมิใจครับ ก็ต้องฝึกให้หนักขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการว่ายน้ำที่ยังเป็นจุดด้อยอยู่”

IMG_4444

แรงจากใจ

“ตั้งแต่มาฝึกที่ธัญญปุระกับโค้ชริกกี้ เพิ่งเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นการฝึกจริงๆ ที่ผ่านมา ผมไม่เคยมีโค้ช เวลาฝึกซ้อมก็เลยไม่ได้วางแผนอะไรเลย พอวิ่งจนเหนื่อยก็ผ่อนแรง แต่พอมาฝึกกับโค้ช ถ้ายังไม่ครบรอบที่กำหนดเราก็หยุดไม่ได้ พอเราผ่านจุดที่เหนื่อยสุดๆ จุดหนึ่งไปแล้ว เราก็ได้ค้นพบว่า เราทำได้มากกว่าที่คิดไว้ ร่างกายเรามีขีดจำกัดสูงกว่าที่เคยเข้าใจ

“ประสบการณ์ที่ผ่านมา เป็นข้อหนึ่งที่ถือเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน นอกจากไตรกีฬาแล้ว ผมก็ยังเคยร่วมแข่งขันกีฬาผจญภัยมาก่อน ที่แม่น้ำแคว ซึ่งต้องอาศัยทักษะด้านการกีฬาในหลายด้านมากๆ เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และพายเรือ ตอนนั้นผมได้ที่ 1 ของรายการประมาณสามถึงสี่รายการซึ่งแต่ละรายการใช้เวลาแข่งถึงสี่ชั่วโมง ซึ่งถือว่ายาวนานพอสมควร และการแข่งขันแบบนี้ก็ช่วยในการสั่งสมประสบการณ์ ความอดทน และทักษะ รวมทั้งเกร็ดความรู้อื่นๆ ที่มีประโยชน์เช่น ถ้าเป็นตะคริวเกิดเหตุการณ์คับขันอื่นๆ ระหว่างการแข่งขันเราก็จะรับมือมันได้”

นอกจากการฝึกซ้อมในฐานะนักกีฬาแล้ว จ่าเอกอนันต์เล่าว่าประสบการณ์ในค่ายทหารและการฝึกฝนอย่างนาวิกโยธิน ช่วยให้เขามีจิตใจที่เข้มแข็งอดทน ซึ่งผลักดันให้ร่างกายมีแรงขับเคลื่อนต่อไป

“ผมว่าจิตใจเป็นเรื่องสำคัญมากนะ ตอนฝึกเป็นนาวิกโยธิน ต้องเฝ้าค่ายข้ามคืน ต้องอดนอน หรือแบกเป้ แบกของหนักๆ เดินทางไกลๆ ไม่หยุด ซึ่งช่วยฝึกฝนจิตใจให้รู้จักความอดทน ซึ่งในการแข่งขันไตรกีฬา เวลามีคู่แข่งตามมาติดๆ ถ้าเราถอดใจนะ ขามันไม่มีแรงจะขยับต่อแล้ว มันเหมือนเรี่ยวแรงหมดไปเลย แต่ถ้าฮึดสู้ต่อไม่ยอมแพ้ เรี่ยวแรงมันมาของมันเองแล้วก็สู้ต่อไปได้จริงๆ”

“สิ่งที่ได้รับอีกอย่างจากการฝึกทหารก็คือวินัย ตอนนี้ก็ต้องมีวินัยมากๆ เหมือนกัน เพราะซ้อมหนัก ผมต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต จากนอนเที่ยงคืนมานอนตั้งแต่สามสี่ทุ่ม กินอาหารมีประโยชน์ที่ช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างร่างกาย ซึ่งจริงๆ แล้วทำให้รู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วย”

สุดท้ายนี้ จ่าเอกอนันต์ ได้ฝากถึงทุกคนๆ ว่าการเล่นกีฬานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่นักกีฬามืออาชีพ เท่านั้นเพราะนักกีฬาทุกคนเริ่มมาจากศูนย์เท่ากัน แต่ความมุ่งมุ่น ฝึกซ้อม พัฒนา คือสิ่งที่ทำให้นักกีฬาตัวจริง แตกต่างออกไป

“อย่างผมตอนเริ่มไตรกีฬาแรกๆ รู้สึกว่ายากและเหนื่อยมากโดยเฉพาะช่วงว่ายน้ำ เพราะขึ้นช้ากว่าคนอื่นและต้องอาศัยการวิ่งและปั่นจักรยานเข้ามาช่วย ซึ่งต้องเร่งสปีดแล้วทิ้งห่างให้ได้มากๆ ซึ่งเหนื่อยมาก แต่พอแข่งไปเรื่อยๆ ก็เริ่มทำระยะห่างได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

“การเล่นกีฬาทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ไตรกีฬา แต่ทุกๆ อย่าง มันขึ้นอยู่ที่การฝึกฝนและจิตใจของเรา อย่ามองไปหลายจุดหมาย แต่ให้มองสิ่งที่เราทำแล้วทำได้ดี แล้วมุ่งมั่นฝึกฝนและพัฒนาทางนั้นไปให้สุด”

Start typing and press Enter to search

Thanyapura Phuket announces new professional triathlon teamTweet or Compete